วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ปาล์มน้ำมันราคาดี

อาทิตย์ที่ผ่านมาไปแทงปาล์มกันสามคนพ่อลูกครับ คราวนี้เป็นรอบของแปลงล่าง มีต้นปาล์มอยู่ร้อยกว่าต้นเอง อายุได้ 4 ปีและน้อยกว่านั้น มาดูสภาพในสวนกันครับ

นี่เป็นทางที่พึ่งจะไถไปได้ไม่นาน เส้นทางโอบออกไปทางขวาของสวนจนสุด แล้ววกเข้าผ่ากลางสวนครับ เพื่อให้รถสามารถวิ่งวนเก็บทะลายได้


นี่ก็เป็นอีกเส้นที่ขนาดไปกับความยาวของสวน
ช่วงนี้มีฝนตกทุกวัน เช้าบ้าง เย็นบ้าง แล้วแต่ศรัทธา ดินจึงชุ่มชื้นอยู่เสมอ



นี่เป็นตัวอย่างทะลายปาล์มที่ยังไม่สุก สีจะเขียวเข้มแบบนี้ ต้นนึงก็จะมีประมาณ 2 - 4 ทะลาย และจะมีทะลายที่ผ่านช่วงการเป็นดอกมาหมาดๆอีก อย่างน้อย 1-3 ทะลาย ซึ่งหมายความว่า ในการตัดรอบถัดไป และ รอบถัดๆไป จะยังมีทะลายให้สม่ำเสมอแน่นอน แต่ จุดสำคัญคือ ความสมบูรณ์ของดินและน้ำต้องพร้อม ไม่เช่นนั้น ทะลายที่เกิดใหม่เหล่านี้จะชะงักการเติบโต

นี่เป็นตัวอย่าง ทะลายที่ไม่สมบูรณ์ เพราะขาดอาหาร หากเจอว่าปาล์มต้นไหนให้ทะลายแบบนี้ก็บำรุงด่วนเลยครับ ไม่งั้น รอบถัดไป จะเจอแบบนี้อีกแน่นอน


ปาล์มต้นนี้ยังไม่มีให้ตัดในรอบนี้ครับ แต่สังเกตว่า ทะลายที่กำลังจะแก่ และพร้อมให้ตัดในรอบถัดไปมีมากถึง 3 ทะลาย จากขนาดทะลาย น้ำหนักเฉลี่ยคงประมาณ 7-10 กิโลกรัม / ทะลาย นับเป็นตัวอย่างของต้นที่ดินสมบูรณ์ต้นนึงเลย แต่ถ้าเทียบกับแปลงเนินเขา ซึ่งต้นปาล์มอายุมากกว่า 8 ปีแล้ว น้ำหนักเฉลี่ยต่อทะลายจะอยู่ที่ 20 กิโลกรัม/ทะลาย แปลงล่างนี้ก็เด็กๆไปเลย

ปาล์มร่วง นี่เป็นสภาพที่จะเกิดขึ้นหากปล่อยให้ทะลายสุกจัด แต่ถ้าไม่ขี้เกียจ ปาล์มร่วงก็ได้ราคาสูงกว่าปาล์มแบบทะลายนะครับ ซึ่งผมแนะนำว่า เก็บให้หมดตั้งแต่ตอนที่เจอเลย ได้ประโยชน์ 2 ทาง คือ ขายได้ราคา และ ไม่ต้องเสียเวลากำจัดต้นปาล์มที่จะงอกงามแย่งธาตุอาหารของต้นแม่ในอนาคต ครับ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2552 ราคาปาล์มที่อ.พะโต๊ะ เป็นดังนี้ครับ
ปาล์มร่วง 5.0 บาท/ก.ก.
ปาล์มทะลาย 4.50 บาท/ก.ก.

และเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ที่ยังไม่ทราบ (ขออภัยผู้ที่ทราบอยู่แล้ว) ขอแนะนำการบำรุงต้นปาล์มกันอีกครั้ง ตามลิงค์นี้ครับ
http://thai-farmer.blogspot.com/2009/09/blog-post_28.html

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

รายได้เสริมของชาวสวน

เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวหลักผ่านพ้นไป ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของชาวสวนคือการดูแลและบำรุงต้นและบำรุงดินให้พร้อมสำหรับการผลิตในฤดูกาลถัดไป หนึ่งในความพร้อมหลายๆอย่างก็คือ แมลงผสมเกษร ซึ่งก็คือ ผึ้งมิ้ม นั่นเอง
     ผึ้งมิ้มจะย้ายรังใหม่เมื่อตัวนางพญาตัวใหม่เกิดขึ้นมาหรือเมื่อไม่ค่อยมีอาหารในพื้นที่ โดยการส่งหน่วยสอดแนบไปสำรวจตรวจตราพื้นที่ ดูแหล่งอาหาร แหล่งที่พัก สังเกตได้ว่าสวนไหนมีผึ้งมิ้มมาทำรังบ่อยๆแสดงว่าสวนนั้นปลอดภัยไร้สารอันตรายต่อแมลง ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และความปลอดภัยทางโภชนาการได้เป็นอย่างดี หากเราเห็นผึ้งมิ้มบินวนเวียนใกล้ๆมุมบ้าน หรือตามโรงเรือน ตามโพรงไม้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า มีฝูงอยู่ไม่ไกลแน่นอน ให้รีบเตรียมการสร้างบ้านเช่าไว้รอต้อนรับเค้าได้เลย

     วิธีการทำง่ายๆ แค่หาเศษไม้มาประกอบให้เป็นลังสี่เหลี่ยม ไม่ต้องแนบสนิทมากมาย ให้มีร่องมีรูให้ลมผ่านบ้าง ส่วนฝาก็ทำแบบหมุนสลักล็อก จะได้สะดวกเวลาเปิด วางบนเสาปูน มีหลังคาเก่าๆไว้กันฝน และหาผ้าชุบน้ำมันมาพันไว้ที่โคนเสากันมด ตรงรูทางเข้า หาขี้ผึ้งเก่าๆมาลนไฟเอาไว้ รับรองว่าต้องมีสมาชิกตัวเล็กๆมาอาศัยแน่นอน ปล่อยให้เค้าสร้างอาหารสะสมจนถึงเดือนห้า(ของไทยคือเดือนเมษายน)ก็เก็บน้ำผึ้งได้ ในรูปเป็นลังผึ้งมิ้มที่สามารถเก็บค่าเช่าได้รอบละ 3-4 ขวดกลม เลี้ยงเค้าแบบพอเพียง ก็จะได้น้ำผึ้งแบบพอเพียง อย่าเอาของเค้าหมดรังก็พอเค้าก็จะอยู่กับเราไปอีกนานครับ ที่สำคัญเรายังได้ผู้ช่วยมือดีมาผสมเกษรให้กับพืชผลของเราด้วย ประโยชน์หลายทางครับ

     ปิดท้ายด้วยรูปของดอกว่านหางจระเข้ ซึ่งสำหรับผม ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นครับ 

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2552

บรรยากาศบ้านสวน

ช่วงนี้กำลังบำรุงยอดมังคุดอยู่ครับ ยอดรุ่นนี้แก่ช้ากว่าที่วางแผนไว้เพราะเจอฝนหนักและแดดน้อยติดต่อกันหลายวัน ช่วงรอมังคุดยอดแก่ก็มาดูบรรยากาศที่สวนกันครับ

เป็นบรรยากาศตอนเช้าเวลาประมาณ 8 โมง หมอกยังหนาอยู่เลยครับ อากาศกลางคืนหนาวได้ใจ นี่เป็นช่วงเดือนตุลาคม แต่ถ้าเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมจะมีหมอกจนเกือบๆ 10 โมงเลย


     อีกเรื่องคือ กิ่งตอนชมพู่พลาสติกแตกรากเต็มที่แล้ว พร้อมที่จะลงดินในไม่ช้าครับ ขาดก็แต่ปุ๋ยคอกที่ช่วงนี้หาได้ยากจริงๆ ใครมีแหล่งผลิตแนะนำผมบ้างนะครั

     อัปเดตครับ ต้นผักเหลียงที่เคยบอกว่าไปตอนเอาไว้ วันนี้ลงดินไปแล้วครับ เลยเอารูปมาฝากเผื่อว่าใครไม่เคยเห็น ถ้าเห็นกันแล้วก็ขออภัยครับ ^^"